ค่าไฟบ้านติดแอร์ อะไรจะถูกขนาดน้านน!!?

อากาศสมัยนี้ เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวอบอ้าว ไปนั่งในห้องแอร์บางทีก็เย็นไม่ทันใจ พอบิลค่าไฟมากลับแพงซะงั้น วันนี้จึงเป็นโอกาสดีที่เราจะให้ข้อมูลในการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศดีๆกับท่าน เรามาดูกันเล้ยย

ข้อควรพิจารณาในการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ  by guru

รูปแผนภาพขั้นตอนการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ

การเลือก BTU ของเครื่องปรับอากาศ

BTU (BRITISH THER MAL UNIT) คือ ขนาดทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ มีหน่วย ดังนี้ 1 ตันความเย็น เท่ากับ 12000 BTU/HR. ซึ่งเป็นค่าประสิทธิภาพที่แสดงว่า เครื่องปรับอากาศมีความสามารถในการนำพาความร้อนออกจากห้องในเวลา 1 ชั่วโมง เราควรเลือก BTU ให้เหมาะสมกับขนาดของห้องที่จะติดตั้ง โดยใช้การเปรียบเทียบการเลือกขนาดของ BTU กับพื้นที่ห้อง ดังนี้

BTU/Hr. ขนาดห้องปกติ ห้องที่โดนแดด
9,000 9 – 14 ตร.ม. 9 – 13 ตร.ม.
12,000 14 – 20 ตร.ม. 13 – 17 ตร.ม.
18,000 20 – 28 ตร.ม. 17 – 25 ตร.ม.
24,000 28 – 36 ตร.ม. 25 – 33 ตร.ม.
30,000 36 – 44 ตร.ม. 33 – 41 ตร.ม.
36,000 44 – 59 ตร.ม. 41 – 55 ตร.ม.
42,000 59 – 65 ตร.ม. 55- 61 ตร.ม.
48,000 65 – 76 ตร.ม. 61 – 70 ตร.ม.

ทำไมต้องเลือกขนาดของเครื่องปรับอากาศให้พอดี

เลือกแอร์ใหญ่เกินไป คอมเพรสเซอร์ตัดบ่อยครั้ง สิ้นเปลืองพลังงาน ความชื้นในห้องสูง ไม่สบายตัว ราคาและค่าติดตั้งสูงขึ้น

เลือกแอร์เล็กเกินไป คอมเพรสเซอร์ทำงานตลอดเวลา สิ้นเปลืองพลังงาน อายุการใช้งานสั้น ห้องไม่เย็น หรือเย็นช้า

ปัจจัยที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม

  1. จำนวนและขนาดของหน้าต่าง
  2. ทิศที่แดดส่องถึงหรือทิศที่ตั้งของห้อง
  3. วัสดุหลังคามีฉนวนกันความร้อนหรือไม่
  4. จำนวนคนใช้งานในห้อง
  5. จำนวนและประเภทของเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้อง

ประเภทของเครื่องปรับอากาศ

Wall Type

แอร์ติดผนัง

แอร์ติดผนังเป็นแอร์ที่มีฟังก์ชั่นการทำงานที่หลากหลาย ตัวเครื่องมีขนาดเล็กกระทัดรัดรูปลักษณ์ทันสมัย ประหยัดพลังงานและราคาไม่แพง ตอบโจทย์ต่อความต้องการในการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ บำรุงรักษาง่าย เป็นที่นิยมสำหรับการใช้ในครัวเรือน และการใช้ในห้องขนาดเล็ก

Ceiling Typeแอร์แขวนใต้ฝ้า-วางตั้งพื้น

แอร์ตั้ง/แขวนเหมาะกับห้องขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่มีคนอยู่หนาแน่น เช่น ร้านค้า ห้องอาหาร อาคารสำนักงาน ติดตั้งใต้ฝ้าเพดาน บางแบบสามารถติดตั้งแบบวางบนพื้นได้ สามารถกระจายลมเย็นได้ไกลและทั่วถึง ทนต่อการใช้งานหนัก แต่การทำงานของเครื่องแอร์มีเสียงดังกว่าแบบติดผนัง

Cassette Typeแอร์ฝังในฝ้า

แอร์ 4 ทิศทาง ตัวเครื่องแอร์ ท่อน้ำยา และท่อน้ำทิ้ง สามารถติดตั้งภายในฝ้าเพดาน ทำให้สามารถรักษารูปทรงความสวยงามของห้องได้ดังเดิม ลดข้อจำกัดในการติดตั้ง เหมาะกับ ห้องที่ต้องการรักษาความสวยงาม ที่ต้องการให้เห็นตัวเครื่องแอร์น้อยที่สุด ราคาเครื่องต่อบีทียูแพงกว่าประเภทอื่น

Package Typeแอร์ตู้ตั้งพื้น

เครื่องแอร์แบบตู้ตั้ง ติดตั้งบนพื้น มีประสิทธิภาพในการการกระจายลมเย็นสูง ทนทานต่อฝุ่นควัน เหมาะกับการใช้งานหนัก ในพื้นที่ที่มีคนหนาแน่น ในโรงงาน หรือห้องโถงขนาดใหญ่ ติดตั้งได้ง่าย สามารถทำความเย็นได้อย่างรวดเร็ว แต่การทำงานใช้เสียงดัง เปลืองไฟกว่าเครื่องปรับอากาศชนิดอื่น และ เสียพื้นที่การใช้งานของห้องไปบางส่วน

เครื่องปรับอากาศประหยัดพลังงาน

เครื่องปรับอากาศมีอัตราการใช้พลังงานที่แตกต่างกัน การเลือกเครื่องปรับอากาศที่สามารถประหยัดพลังงานได้สูง สังเกตง่าย ๆ ได้จาก ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ที่ได้รับรองจากหน่วยงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) Airbestbuy แสดงรายละเอียดของ ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ไว้ในรายละเอียดของสินค้า

แอร์อินเวอร์เตอร์ ระบบประหยัดไฟสูงสุด

Benfits of Inverter

สิ่งที่ต่างจากเครื่องปรับอากาศแบบทั่ว ๆไป คือ เครื่องปรับอากาศที่มีระบบอินเวอร์เตอร์ สามารถปรับความเร็วของคอมเพรสเซอร์ เพื่อให้เหมาะสมกับความเย็นในขณะนั้น ๆ เมื่ออุณหภูมิภายในห้องปรับอากาศได้ถึงค่าที่ตั้งไว้แล้ว เครื่องปรับอากาศจะสามารถลดรอบความเร็ว ในการทำงานของคอมเพรสเซอร์ลง และรักษาอุณหภูมิภายในห้องได้คงที่ จึงทำให้ประหยัดพลังงานกว่าเครื่องปรับอากาศทั่วไปถึง 40-60%

ระบบอินเวอร์เตอร์ ทำงานอย่างไร

ส่วนประกอบสำคัญของเครื่องปรับอากศ คืออุปกรณ์ที่มีชื่อว่าคอมเพรสเซอร์ ทำหน้าที่เปรียบเสมือนหัวใจของมนุษย์ที่คอยสูบฉีดน้ำยาไปหล่อเลี้ยงทั้งระบบทำความเย็น ระบบปรับอากาศแบบเดิม คอมเพรสเซอร์จะทำงานตัดต่อเป็นจังหวะตามช่วงอุณหภูมิที่ตั้งไว้ ซึ่งในการสตาร์ทคอมเพรสเซอร์แต่ละครั้งจะใช้พลังงานสูงกว่าช่วงการทำงานอื่น นั่นหมายถึงจำนวนเงินค่าไฟที่เราต้องจ่ายเพิ่มขึ้นนั่นเอง แต่ระบบปรับอากาศแบบอินเวอร์เตอร์คอมเพรสเซอร์ทำงานต่อเนื่อง และปรับเปลี่ยนความเร็วตามสภาพการทำงาน จึงไม่ต้องสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าจากการสตาร์ทเครื่องบ่อยๆ นั่นคือ จำนวนเงินที่ประหยัดได้จากค่าไฟของแอร์นั่นเอง

ความแตกต่างของแอร์ที่มีระบบ Inverter และแอร์ธรรมดา ที่ไม่มีระบบ Inverter

แอร์ธรรมดา

สิ้นเปลืองไฟ เนื่องจากจะทำงานจนกว่าแอร์เย็นจนถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้แล้วแอร์จะหยุดทำงาน และเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ระดับคอมเพรสเซอร์แอร์ก็จะทำงานใหม่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งการสตาทร์ตัวเองจะกินไฟมากกว่าช่วง Run ประมาณ 3-5 เท่า จะเกิดเสียงทุกครั้งเมื่อระบบเริ่มการทำงานใหม่

แอร์ที่มีระบบ Inverter

ประหยัดไฟกว่า เพราะว่าคอมเพรสเซอร์แอร์สตาร์ทครั้งเดียวและจะทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยใช้วิธีลดรอบการทำงาน
แอร์ทำงานเงียบเพราะเมื่ออุณหภูมิเย็นตามที่เราตั้งไว้รอบคอมเพรสเซอร์แอร์จะต่ำทำให้เสียงเงียบ และจะไม่มีเสียงสตาร์ทตัวของคอมแอร์ตลอดระยะเวลาใช้งาน

ทำไมต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อซื้อแอร์ระบบอินเวอร์เตอร์

เนื่องจากแอร์อินเวอร์เตอร์สามารถประหยัดพลังงานได้มากกว่าแอร์ทั่วไป ดังนั้นถึงแม้ว่าแอร์อินเวอร์เตอร์จะมีราคาสูงกว่าแอร์ทั่วไป แต่เมื่อเปรียบเทียบค่าไฟฟ้าที่ลดลงในแต่ละเดือนจะสามารถคืนทุนได้ภายในเวลาอันสั้น เพียง 1-2 ปี ซึ่งอายุการใช้งานของเครื่องปรับอากาศโดยทั่วไปอยู่ที่ 10-15 ปี จึงคุ้มค่าแก่การลงทุน

DC Inverter คอมเพรสเซอร์ทำงานแตกต่างจากคอมเพรสเซอร์ทั่วไปอย่างไร

การทำงานของ DC Inverter จะสอดคล้องกับปริมาณความเย็นที่ต้องการ ในช่วงของห้องที่ต้องการความเย็นมาก คอมเพรสเซอร์จะทำงานที่รอบสูงและพัดลมจะหมุนเร็ว แต่ในช่วงที่อุณหภูมิใกล้เคียงค่าที่ต้องการแล้ว คอมเพรสเซอร์จะลดงรอบการทำงานลงและพัดลมก็หมุนช้าลงด้วย ในขณะที่คอมเพรสเซอร์ทั่วไป ทั้งคอมเพรสเซอร์และพัดลมจะหมุนด้วยความเร็วคงที่ตลอดการทำงาน

การติดตั้งและการดูแลรักษาแอร์

การติดตั้งที่ถูกต้องและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เครื่องปรับอากาศ ทำงานเต็มประสิทธิภาพ ประหยัดพลังงาน และมีอายุการใช้งานยืนยาว

การติดตั้งแผงระบายความเย็นในห้อง (Fan Coil Unit)

  1. ควรตั้งในบริเวณที่สามารถกระจายลมได้ทั่วห้อง อย่าติดตั้งเครื่องในมุมอับ
  2. อย่าให้สิ่งของกีดขวางทางไหลของอากาศ เพราะจะทำให้อากาศหมุนเวียนไม่สะดวก
  3. บริเวณที่ติดตั้งเครื่อง ต้องแข็งแรงสามารถรับน้ำหนักและแรงสั่นสะเทือนจากการทำงานได้
  4. หลีกเลี่ยงการวางแฟนตอยส์ยูนิตใกล้กับประตู หน้าต่างหรือพัดลมดูดอากาศ
  5. ควรวางแฟนคอยส์ยูนิตในบริเวณที่สามารถตรวจซ่อมภายหลังได้อย่างสะดวก
  6. อย่าตั้งชิดผนังที่โดนแดดจัดเพราะจะทำให้ได้รับความร้อนจากภายนอกได้ง่าย

หลักการติดตั้งเครื่องปรับอากาศห้องแบบต่าง ๆ

  1. ห้องที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไม่ควรติดตั้งเครื่องปรับอากาศบริเวณกลางห้อง เพราะจะทำให้การกระจายลมเย็นไม่ทั่วถึง
    ห้องที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า
  2. กรณีที่ห้องยาวมาก ๆ ควรเปลี่ยนจากการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ BTU สูงๆมาใช้ขนาด BTU ต่ำๆ เพื่อประหยัดพลังงาน โดยสามารถใช้คู่กับฉากกั้นห้อง เพื่อกำหนดพื้นที่ทำความเย็นของแต่ละจุด(เครื่อง) เพราะหากใช้ขนาด BTU สูง เพียงเครื่องเดียวแต่มีคนใช้งานในห้องน้อยการเปิดให้ความเย็นเต็มจะไม่คุ้มค่า

    กรณีที่ห้องยาวมาก ๆ

  3. ห้องมีความสูงหรือต่ำกว่ามาตรฐาน (2.5เมตร) ควรติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแขวนแทน เพื่อให้กระจายลมเย็น สามารถกระจายได้ทั่วห้องไม่ควรติดแบบตั้งพื้นเพราะลมเย็นกระจายไม่ถึงด้านบน
    ห้องมีความสูงหรือต่ำกว่ามาตรฐาน (2.5เมตร)
  4. บริเวณประตูห้อง ไม่ควรติดตั้งเครื่องปรับอากศเหนือประตู หรือตรงข้ามประตู เพราะเมื่อเราเปิดประตู ความร้อนก็จะเข้ามาในห้อง ซึ่งจะไปกระทบกับเซ็นเซอร์ตรวจกับอุณหภูมิ ทำให้วัดอุณหภูมิผิด คอมเพลสเซอร์จะทำงานตลอดเวลา เพราะว่าห้องร้อนนั่นเอง
    บริเวณประตูห้อง

ทีมช่างติดตั้งที่ชำนาญของ Air Best Buy จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับตำแหน่งการติดตั้งที่เหมาะสมที่สุด โดยใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน พร้อมรับประกันนานถึง 1 ปี

การใช้เครื่องปรับอากาศอย่างถูกวิธี

  1. ควรติดตั้งโดยช่างผู้ชำนาญและวางในจุดที่กระจายความเย็นได้ดี
  2. ควรล้างเครื่องปรับอากาศปีละ 2 ครั้งและมีการถอดล้างภายในหรือล้างใหญ่ปีละ 1 ครั้ง จะช่วยให้ประหยัดไฟฟ้าและช่วยยืดอายุการใช้งานของแอร์ได้
  3. ควรตั้งคอมเพรสเซอร์แอร์ไว้ในที่ร่ม มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก และควรตั้งห่างจากผนังอย่างน้อย 15 เซนติเมตร
  4. ควรตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไว้ที่ 25 องศาเซลเซียส
  5. ควรปิดประตูหน้าต่างให้สนิท เพื่อไม่ให้อากาศร้อนหรือความชื้อจากภายนอกเข้ามาในห้อง
  6. ควรปิดแอร์ก่อนออกจากห้องอย่างน้อย 30 นาที – 1 ชั่วโมง จะช่วยลดการใช้ไฟได้ 30 หน่วย/เดือน ประหยัดค่าไฟประมาณ 75 บาท/เดือน

การทำงานของเครื่องปรับอากาศ

เครื่องปรับอากาศทำงานอย่างไร
อากาศร้อนจะเปลี่ยนเป็นอากาศเย็นโดย ….
เครื่องปรับอากาศจะนำพาความร้อนภายในห้องออกไปทิ้งภายนอก ดังนั้นอากาศภายในห้องจึงมีอุณหภูมิลดลงและถูกหมุนเวียนกลับเข้ามาแลกเปลี่ยน ความร้อนภายในเครื่องปรับอากาศอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศภายในห้องถึงค่าที่ตั้งไว้ พร้อมกับควบคุมความชื้นให้เหมาะสมกลายเป็นอากาศเย็นสบายตามต้องการ

♣ สารทำความเย็น R410

สารทำความเย็น R22 ได้มีการใช้งานในระบบปรับอากาศทั้งโรงงานและที่อยู่อาศัยทั่วไป นานกว่า 5 ทศวรรษมาแล้ว แต่สารทำความเย็น R22 นั้น มีส่วนประกอบทำลายชั้นบรรยากาศของโลก ดังนั้นหลายประเทศจึงเปลี่ยนมาใช้สารทำความเย็น R410-A ซึ่งไม่มีส่วนประกอบที่ก่อมลพิษต่อโลก และลดการใช้ R22 ให้หมดสิ้นในช่วงศตวรรษที่ 21 ดังนั้นสารทำความเย็น R410-A เป็นสารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก: airbuybest.com

เลือกซื้อเครื่องซักผ้าอย่างไร ให้คุ้ม มาดูกัน!!

หลักการเลือกซื้อเครื่องซักผ้าแบบง่าย ๆ

เรามีเคล็ดลับการเลือกซื้อเครื่องซักผ้าที่ประหยัดและคุ้มสุดๆ มาบอก จุ๊ จุ๊ ^^

1.ปริมาณผ้าทีจะซัก

ปริมาณผ้าที่จะซักในแต่ละครั้งเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อเครื่องซักผ้า โดยเทียบกับขนาดมาตรฐานของเครื่องซักผ้ากับจำนวนคนที่พักอาศัยอยู่ในบ้าน ได้ดังนี้

♥ 1-3 คน ปริมาณเสื้อผ้าที่ซักต่อครั้ง 3-5 กิโลกรัม
♥ 4 คนขึ้นไป ปริมาณเสื้อผ้าที่ซักต่อครั้ง 6-8 กิโลกรัม

อย่างไรก็ตาม หากไม่อยากคำนวนเป็นจำนวนคน ก็สามารถคำนวนเป็นน้ำหนักของเสื้อผ้าแต่ละชนิดโดยคร่าว ๆ ได้ เช่นกัน ดังนี้

♥ กางเกงยีนส์ 600 กรัม
♥ เสื้อ 200 กรัม
♥ เสื้อชั้นใน 100 กรัม
♥ กางเกงชั้นใน 100 กรัม
♥ ถุงเท้า 100 กรัม
♥ ผ้าเช็ดตัว 200 กรัม
♥ ผ้าคลุมเตียง 700 กรัม

ลองนำน้ำหนักคร่าว ๆ ของเสื้อผ้าแต่ละประเภทเหล่านี้มาคำนวณดูว่า เมื่อรวมกันแล้ว ในแต่ละครั้งที่คุณซักผ้า ผ้าของคุณและคนในครอบครัวมีน้ำหนักประมาณเท่าไหร่ จากนั้นจึงเลือกขนาดของเครื่องซักผ้าให้ตรงกับความต้องการในการซัก เพือให้ได้ขนาดเครื่องซักผ้าที่ไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป ทำให้เปลืองไฟมากขึ้น

รอบปั่นหมาด (RPM)

รอบปั่นหมาด คือจำนวนรอบในกรหมุนของเครื่องซักผ้า ยิ่งมีรอบปั่นหมาดมากเท่าไหร่ ผ้าของคุณก็จะแห้งได้มากเท่านั้น อีกทั้งรอบปั่นหมาดที่มากขึ้น ก็จะทำให้ผ้าของคุณแห้งได้เร็วขึ้นด้วย โดยเครื่องซักผ้าที่มีรอบปั่นหมาดมาก จะเหมาะกับการซักผ้าเนื้อหนา แต่ถ้าเป็นเครื่องซักผ้าที่มีรอบปั่นหมาดน้อย ก็จะเหมาะกับการซักผ้าเนื้อบางมากกว่า

โปรแกรมการทำงาน

เครื่องซักผ้าในปัจจุบัน มีโปรแกรมการทำงานพิเศษที่แตกต่างกันออกไปนอกเหนือจากโปรแกรมการซักพื้นฐาน เช่น มีโปรแกรมการซักกางเกงยีนส์, โปรแกรมการซักผ้าปูที่นอน, โปรแกรมการซักแบบประหยัดน้ำ เป็นต้น ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้จะถูกบรรจุมาในเครื่องซักผ้าแต่ละรุ่น คุณจึงควรพิจารณาคุณสมบัติพิเศษต่าง ๆ ของเครื่องซักผ้า ให้ตรงกับความต้องการของคุณมากที่สุด เพื่อใช้เครื่องซักผ้าที่ซื้อมาให้คุ้มค่าและเหมาะสม

2.วัสดุที่ใช้ผลิต

เรื่องวัสดุที่ใช้ผลิตถังซักผ้า ก็เป็นปัจจัยที่นำมาเลือกเครื่องซักผ้าได้เช่นกัน เพราะถังซักผ้า ทำมาจากวัสดุหลากหลายชนิดที่มีคุณสมบัติแตกต่างกัน ดังนี้

♥ พลาสติก หรือ โพลิเมอร์ – จะมีน้ำหนักเบา และมีสีสันให้เลือกหลากหลาย

♥ เหล็กเคลือบกันสนิม – มีความแข็งแรง ทนทาน และไม่เป็นสนิมได้ง่าย

♥ เรซิน หรือ ไฟเบอร์ – จะมีความทนทานปราศจากการผุกร่อน สามารถติดตั้งได้ในที่ที่มีความชื้นสูง อีกทั้งยังไม่เป็นสนิมอีกด้วย

♥ สแตนเลส – ทนทาน ไม่อับชื้น ไม่เป็นสนิม และไม่มีเชื้อราสะสม

♥ โพลีน็อกซ์ – ช่วยเก็บเสียงในการปั่น ลดความสั่นสะเทือน และช่วยประหยัดพลังงานขณะซักได้

3.ประเภทของเครื่องซักผ้า

ประเภทของเครื่องซักผ้า ก็เป็นอีกคุณสมบัติหนึ่งที่สามารถนำมาเป็นปัจจัยในการซื้อเครื่องซักผ้าได้ ดังนี้

♥ เครื่องซักผ้าฝาบนสองถัง (กึ่งอัตโนมัติ) เหมาะสำหรับการซักในครั้งน้อย ๆ ข้อดีคือ สามารถซักได้หลายครั้งโดยไม่เปลี่ยนน้ำ มีราคาถูก แต่ข้อเสียคือต้องคอยย้ายผ้าไปมาระหว่างถังซักและถังปั่นหมาด ทำให้ไม่สะดวกมากเท่าที่ควร

♥ เครื่องซักผ้าฝาบนหนึ่งถัง (อัตโนมัติ) มีราคาปานกลางถึงสูง เหมาะสำหรับคนที่มีพื้นที่ในบ้านน้อย รักความสะดวกสบาย เนื่องจากมีโปรแกรมให้เลือกใช้งานเยอะพอสมควร แต่ข้อเสียคืออาจจะมีโปรแกรมในการใช้งานไม่มากเท่ากับเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า

♥ เครื่องซักผ้าฝาหน้า เหมาะสำหรับคนที่ต้องการให้ผ้าสะอาดหมดจด และถนอมเนื้อผ้าได้ด้วย รวมทั้งสามารถจุผ้าในการซักแต่ละครั้งได้มาก จึงเหมาะกับครอบครัวใหญ่ คุณสมบัติพิเศษคือสามารถซักผ้าได้สะอาดใกล้เคียงกับการซักมือมากที่สุด อีกทั้งยังใช้พลังงานในการซักน้อยกว่าเครื่องซักผ้าฝาบนด้วย ส่วนข้อเสียคือ มีราคาสูง อีกทั้งยังต้องให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเป็นคนติดตั้งให้

♥ เครื่องซักผ้า และอบผ้าในตัว (ฝาหน้า) เหมาะสำหรับคนที่มีปริมาณผ้าน้อย ๆ ซักผ้าบ่อยแต่ไม่เยอะ และมีพื้นที่ในการตากผ้าไม่มากนัก คุณสมบัติในการซักแบบเดียวกับเครื่องซักผ้าฝาหน้าธรรมดา แต่สามารถอบผ้าด้วยไอน้ำให้ผ้าของคุณแห้งได้โดยไม่ต้องเอาไปตาก และลดสารก่อโรคภูมิแพ้ได้ด้วยข้อเสียคือมีราคาสูง และการอบผ้าแม้จะสะดวกแต่ก็ยังไม่สะอาดปลอดภัยเท่ากับการปล่อยให้ผ้าของคุณโดนแสงแดดอยู่ดี

4.บริการหลังการขาย—สำคัญเลยยยนะ

อย่าลืมว่าการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าใด ๆ ก็ตาม ย่อมต้องมีการเสื่อมอายุลงตามกาลเวลา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเครื่องซักผ้าแต่ละยี่ห้อก็ยังมีการรับประกัน และเงื่อนไขการซ่อมแซมที่แตกต่างกันไป หากคุณจะมองหาเครื่องซักผ้าที่ถูกใจสักเครื่อง การพิจารณาถึงการรับประกันและบริการหลังการขาย จะช่วยให้คุณไม่ต้องปวดหัวหากเครื่องซักผ้าของคุณใช้งานไม่ได้ ลองเลือกยี่ห้อที่น่าเชื่อถือ ใส่ใจในการบริการหลังการขาย ซ่อมเครื่องซักผ้าให้คุณได้รวดเร็ว และมีอะไหล่สำรองด้วย จะได้ไม่ต้องมาหงุดหงิดใจทีหลัง

รู้เคล็ดลับๆ แบบไม่ลับในการเลือกซื้อเครื่องซักผ้ากับเราแล้ว ก็อย่าลืมนำไปใช้ในการพิจารณาซื้อเครื่องซักผ้าซักเครื่องไปไว้ใช้ที่บ้านด้วยนะจ๊ะ ♥♥♥♥

ของจริงมาแล้ว “โกโปร” ยุคทองของคนชอบแชะ!

ถึงกับเหวอ เมื่อยุคทองคนชอบแชะมาถึง!!

EyWwB5WU57MYnKOuXuZZF0YPXFeDFABcRuV3lX7mgDFr3GbiohLV7N

หลังจากกล้องดิจิตอล ได้กำเนิดขึ้น เราต่างพากันใช้ประโยชน์ในการเก็บภาพต่างๆนานา กระทั่งทุกวันมีกล้องที่ใช้เก็บภาพในกิจกรรมที่ใช้ความเร็วสูง เช่น กีฬา X-sport แต่จะให้ภาพสวยและคม ในเวลาอันสั้นนั้น เป็นเรื่องที่ยากจริงไหม? โอกาสดีสำหรับคนชอบแชะแล้วว เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับโกโปร (GoPro) กล้องสมบุกสมบันภายใต้การนำเข้าของบริษัทเมนทาแกรม พร้อมสินค้าที่คนไทยชื่นชอบและ 2 รุ่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัว…

จุดเด่นของโกโปร…
จุดเด่นของโกโปร คือ การมีแอพพลิเคชั่นที่รองรับการใช้งาน ทำให้ผู้ใช้สามารถอัพโหลดภาพสู่โซเชียลเน็ตเวิร์กได้ทันที ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นการเติมเต็มการใช้งานกล้องถ่ายภาพได้สมบูรณ์แบบ ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพและใช้งานโซเชียล ประกอบกับการเปิดตัวสินค้าไม่มากนัก โดยเฉลี่ยโกโปรเปิดตัวสินค้ามาแล้ว 8 รุ่น และได้เปิดตัวรุ่นล่าสุดอีก 2 รุ่น เฉลี่ยการเปิดตัวอยู่ที่ 1-2 รุ่นต่อปี


NjpUs24nCQKx5e1D7IOmPahdEuC58q8OTkqV8iThrkQ

รุ่นไหนถูกใจคนไทย
สำหรับรุ่นที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้โกโปรชาวไทย คือ ฮีโร่ เอชดี 2 (Hero HD 2) ส่วนรุ่นที่เรียกว่ามียอดขายสูงสุดในไทย คือ รุ่นฮีโร่ 4 ซิลเวอร์ (HERO 4 Silver) โดยในช่วงแรกของการทำตลาดโกโปรนั้น…ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่เล่นกีฬาแบบจริงจัง อาทิ แข่งรถ แข่งมอเตอร์ไซค์ ดำน้ำ ปีนเขา เป็นต้น แต่ในช่วงหลัง…ผู้ใช้ส่วนใหญ่มองว่าโกโปรคือกล้องประเภทหนึ่ง เป็นมากกว่ากล้องที่ใช้สำหรับผู้ที่เล่นกีฬาเท่านั้น ซึ่งในอนาคต โกโปรก็จะมีสินค้าอื่นๆ เกี่ยวกับการถ่ายภาพ อาทิ อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ออกมา เพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานถ่ายภาพและวิดีโอ ซึ่งบริษัทก็เตรียมนำเข้ามาจัดจำหน่ายในประเทศไทยด้วย

ค่าตัวโกโปร…ราคาระดับไหน
โกโปรที่ราคาถูกที่สุด คือ รุ่นฮีโร่ (Hero) ซึ่งเป็นรุ่นที่มีราคาเริ่มต้นของโกโปร เพียง 4,900 บาท ส่วนรุ่นที่ราคาสูงสุดขณะนี้ คือ ฮีโร่ 4 แบล็ก (HERO 4 Black) โดยมีราคา 18,500 บาท ขณะที่รุ่นยอดนิยมของคนไทยอย่าง ฮีโร่ 4 ซิลเวอร์ นั้นมีราคาอยู่ที่ 14,800 บาท

ล่าสุด บริษัท เมนทาแกรม จำกัด ก็ได้เปิดตัวกล้องโกโปร 2 รุ่นใหม่ คือ ฮีโร่ 4 เซสชั่น (HERO 4 Session) ซึ่งเป็นกล้องโกโปรที่เล็กที่สุด เบาที่สุด และใช้งานง่ายที่สุดในขณะนี้ สามารถลงน้ำลึก 10 เมตรโดยไม่ต้องใส่อุปกรณ์เสริมป้องกัน เอาใจคนที่เคยใช้งานกล้องลักษณะดังกล่าวมาก่อน และรุ่นฮีโร่ แอลซีดี (HERO+LCD) ซึ่งสะดวกครบเครื่องด้วยหน้าจอสัมผัสและการเชื่อมต่อผ่านระบบ Wi-Fi เน้นราคาไม่สูงมากเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่ต้องการเริ่มใช้หรือวัยรุ่น

NjpUs24nCQKx5e1D7IOmPahdEuC58q39mgBOcwQHHKD

ฮีโร่ 4 เซสชั่น
ด้วยขนาดที่เล็กลง 50% และเบากว่าเดิม 40% เมื่อเทียบกับกล้องที่ขายดีที่สุดอย่างฮีโร่ 4 แบล็ก และซิลเวอร์ พร้อมด้วยดีไซน์กันน้ำไม่จำเป็นต้องใช้กล่องกันน้ำใช้งานง่ายด้วยปุ่มกดเพียงปุ่มเดียว ซึ่งทำให้การบันทึกภาพและวิดีโอในสถานการณ์กะทันหันได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมความสามารถบันทึกวิดีโอคุณภาพในความละเอียด 1440p30 , 1080p60 และ 720p100 พร้อมการบันทึกภาพนิ่งขนาด 8 ล้านพิกเซล ทั้งในโหมดภาพเดี่ยว ภาพนิ่งต่อเนื่อง (Burst) และภาพแบบตั้งเวลา (Time Lapse) รวมถึงซูเปอร์วิว (SuperView) โปรทูน (Protune) และการบันทึกภาพในสภาวะแสงน้อยอัตโนมัติ) ระบบไมโครโฟนคู่ช่วยบันทึกเสียงในที่ลมแรงและกิจกรรมในน้ำได้ดียิ่งขึ้น และรองรับเมมโมรี่การ์ด microSD (อย่างน้อย Class 10 หรือ UHS-I) ความจุสูงสุด 64GB

NjpUs24nCQKx5e1D7IOmPahdEuC58q444E5RslDHRjU

ฮีโร่ แอลซีดี
บันทึกภาพวิดีโอด้วยความละเอียดสูง 1080p60 และภาพนิ่ง 8 ล้านพิกเซล มีหน้าจอสัมผัสช่วยให้สะดวกในการควบคุมกล้อง การจัดภาพ และการดูวิดีโอบนกล้อง มี WiFi และ Bluetooth เพื่อเชื่อมต่อกับแอพโกโปรและ Smart Remote มาพร้อมคุณสมบัติ HiLight Tag ช่วยกำหนดช่วงเวลาสำคัญระหว่างการถ่ายวิดีโอ หรือขณะเล่นวิดีโอ เพื่อตัดต่อได้รวดเร็วขึ้น และยังมีฟีเจอร์ตัดวิดีโอในกล้องช่วยให้สร้างคลิปสั้นๆ สำหรับการแบ่งปันเนื้อหาได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ เปิดเครื่องแล้วบันทึกทันที ด้วยการกดปุ่มเพียงปุ่มเดียวด้วย QuikCapture แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้น โดยสามารถบันทึกภาพได้นาน 2 ชั่วโมง และรองรับเมมโมรี่การ์ด microSD (อย่างน้อย Class 10 หรือ UHS-I) ความจุสูงสุด 64GB

หลงรัก โกโปร ขึ้นมาบ้างหรือยัง…?

NjpUs24nCQKx5e1D7IOmPahdEuC58q7GtGDmo06y7LL

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.thairath.co.th/

น้ำตาจะไหล! รู้จักกับฟิล์มถนอมสายตา ในราคาประหยัดที่คุณไม่ต้องปวดตาอีกต่อไป!?

รู้จักกับ Maximum ฟิล์มถนอมสายตา ดีอย่างไร มาดูกัน!

เคยมั้ย? เวลาที่จ้องโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ หรือโทรทัศน์นานๆแล้วรู้สึกปวดตามากจนน้ำตาไหลออกมาลักษณะนี้

images (2)
นั่นเป็นเพราะว่าแสงที่ออกมาจากจอภาพเหล่านั้นได้ทำพิษกับดวงตาเราเสียแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งแสงสีฟ้าจากหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกที่ถือเป็นอันตรายต่อดวงตาของเรามากที่สุด

download (3)download (1)

จากการวิจัยทางการแพทย์พบว่า แสงสีฟ้ามีพลังงานมากพอที่จะไปกระตุ้นให้เกิดสารอนุมูลอิสระภายในลูกตาทำให้เซลล์จอประสาทตาตายได้ อาจส่งผลให้เกิดโรคจอประสาทตาเสื่อม คือจะมีอาการมองภาพตรงกลางไม่ชัด เกิดการมองภาพบิดเบี้ยวไปเหมือนมีจุดดำมาบังตรงกลางภาพ และโรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้จนอาจทำให้ท่านเป็นต้อเนื้อที่ตาได้ลักษณะนี้

images (1)

แต่การป้องกันก็ทำได้ไม่ยากเลย เพียงหมั่นตรวจเช็คดวงตาปีละหน บำรุงสายตาด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และการติดฟิล์มกันรอยแบบถนอมสายตานั่นเอง!!

Maximum เป็นฟิล์มกันรอยแบบถนอมสายตาที่ช่วยตัดแสงสีน้ำเงินได้มากกว่า 35-100% มีลักษณะขาว-ใส ไม่ทำให้สีของหน้าจอผิดเพี้ยน ซึ่งแสงสีฟ้าจะยู่ในช่วงของแสงสีน้ำเงินและสีคราม ดังนั้น Maximum จึงสามารถป้องกันแสงสีฟ้าส่วนหนึ่งไม่ให้มาทำร้ายสายตาของคุณได้

downloadimages

นอกจากจะป้องกันแสงสีฟ้าแล้วยังสามารถป้องกันรอยขีดข่วนได้ดี เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้หน้าจอนานๆ การติดฟิล์มกันรอยก็ง่ายๆ แกะออกก็ไม่มีคราบ ทั้งมีประโยชน์และไม่สร้างปัญหายุ่งยากให้กับชีวิตประจำวันของคุณ แค่ติด Maximum ฟิล์มกันรอยแบบถนอมสายตา วิธีง่ายๆที่จะช่วยปกป้องดวงตาของคุณจากแสงสีฟ้าที่อันตรายต่อสายตาโดยไม่ทำให้สีสันของภาพผิดแปลกไป

อย่าลืมนะจ๊ะ!!

ไม่ทำให้แสบตาเหมือนหั่นหัวหอม

download (2)images (3)

ช่วยให้ทำงานหน้าจอได้นานขึ้น


p16sqr9bs4n3muto1u0915c81a673

ทำความสะอาดง่าย ด้วยแปรงปัดฝุ่นลูบออก

images (4)

ที่สำคัญติดง่ายและราคาประหยัดสุดๆ

1393076075-48-o

รู้อย่างนี้ไม่บอกต่อ ไม่ได้แล้วว >< ตรวจสอบราคาเลยย!

 

เครียดหลอ? แค่นวดไม่กี่วินาที ก็หายได้นะ!?

เพียงนวด ง่ายๆ ก็คลายเครียดได้

เชื่อเถอะ แม้ท่านจะเป็นคนอารมณ์ดีได้นานสักเท่าไหร่ เมื่อโดนอุปสรรคถาโถมเข้ามาจนหนักหนาสาหัส ก็ต้อมีเดี้ยงกันบ้าง จนเกิดอาการกับร่างกายขึ้น เช่น ปวด เกร็งตามต้นคอ โดยไม่ทราบว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

แต่ที่แน่ชัดก็คือ ความเครียดเป็นสาเหตุทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็ง เลือดไหลเวียนไม่สะดวก ปวดต้นคอ และปวดหลัง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การนวดจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้เราได้ เพราะได้ไปกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ทำให้รู้สึกปลอดโปร่ง สบายตัว หายเครียด และลดอาการเจ็บปวดต่างๆ ลง
june1
ทั้งนี้ การนวดแบบไทยๆ นั้นสามารถนวดได้ด้วยตัวเอง และเหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยต้นคอ บ่า และไหล่ อันเนื่องมาจากความเครียด แต่ข้อควรระวังคือไม่ควรนวดขณะที่กำลังเป็นไข้ หรือกล้ามเนื้ออักเสบหรือเป็นโรคผิวหนัง และควรตัดเล็บให้สั้นทุกครั้งก่อนนวด

สำหรับการนวดที่ถูกวิธีคือ 1.กดโดยใช้ปลายนิ่วที่ถนัด ได้แก่ นิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้หรือนิ้วกลาง 2.ใช้การกดและการปล่อยเป็นส่วนใหญ่ โดยใช้เวลากดแต่ละครั้งประมาณ 10 วินาที และใช้เวลาปล่อยนานกว่าเวลากด 3.การกดให้ค่อยๆ เพิ่มแรงทีละน้อย และเวลาปล่อยให้ค่อยๆ ปล่อย และ 4.แต่ละจุดควรรนวดซ้ำประมาณ 3-5 ครั้ง

ลองมาดูขั้นตอนการนวดเพื่อคลายเครียด 7 จัดกันเลย

1.จุดกลางระหว่างคิ้ว ใช้ปลายนิ้วชี้หรือนิ้วกลางกด 3-5 ครั้ง

Image

2.จุดใต้หัวคิ้ว ใช้ปลายนิ้วชี้หรือนิ้วกลางกด 3-5 ครั้ง

Image (1)

3.จุดขอบกระดูกท้ายทอย จุดกึ่งกลางใช้นิ้วหัวแม่มือกด 3-5 ครั้ง จุดสองจุดด้านข้าง ใช้วิธีประสานมือบริเวณท้ายทอยแล้วใช้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างกดจุดสองจุดพร้อมๆ กัน 3-5 ครั้ง

Image (2)

4.บริเวณต้นคอ ประสานมือบริเวณท้ายทอย ใช้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างกดตามแนวสองข้างของกระดูกต้นคอ โดยกดไล่จากตีนผมลงมาถึงบริเวณบ่า 3-5 ครั้ง

Image (3)

5.บริเวณบ่า ใช้ปลายนิ้วมือขวาบีบไหล่ซ้ายจากบ่าเข้าหาต้นคอ ใช้ปลายนิ้วมือซ้ายบีบไหล่ขวาเข้าหาต้นคอ ทำซ้ำ 3-5 ครั้ง

6.บริเวณบ่าด้านหน้า ใช้นิ้วหัวแม่มือขวากดจุดใต้กระดูกไหปลาร้า จุดต้นแขน และจุดเหนือรักแร้ของบ่าซ้าย ใช้นิ้วหัวแม่มือซ้ายกดจุดเดียวกันที่บ่าขวา ทำซ้ำ 3-5 ครั้ง

Image (4)

และ 7.บริเวณบ่าด้านหลัง ใช้นิ้วที่ถนัดของมือขวาอ้อมไปกดจุดบนและจุดกลางของกระดูกสะบัก และจุดรักแร้ด้านหลังของบ่าซ้าย ใช้นิ้วที่ถนัดของมือซ้ายกดจุดเดียวกันที่บ่าขวาทำซ้ำ 3-5 ครั้ง

Image (5)

แล้วถ้าไม่มีคนนวดให้ล่ะ???? ……..เรามีทางแก้มาเสนอนะ ^^

 เครื่องนวดอเนกประสงค์ HHsociety

image-625235-1-product

ซึ่งมาพร้อมกับ รูปลักษณ์สุดเก๋ กระทัดรัด ที่สำคัญ ราคาลด 58% ของราคาจริง

♠ ปลอดภัย เมื่อใช้
♠ พกพาสะดวก
♠ นวดกดจุดได้แม่นยำ
♠ รักษาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้ผล เพียงไม่กี่นาทีหลังใช้
♠ ที่สำคัญราคาที่แม่ค้าตลาดสดยังซื้อมาใช้ได้ด้วยนะ ต้องการดูราคา >>>>คลิกที่นี่<<<<

นอกจากช่วยผ่อนคลายได้แล้วยังช่วยสลายไขมันได้ด้วย ของดี ราคาถูก เห็นที ไม่บอกต่อคงไม่ได้แล้ววว ^_^

ขอบคุณที่มาข้อมูล : http://www.manager.co.th/

เคล็ดไม่ลับเกี่ยวกับเครื่องช่วยฟัง ที่คุณควรรู้!?

….เพียงเลือกเครื่องช่วยฟังถูก คุณภาพชีวิตก็จะดีขึ้น…..

การดำเนินชีวิตสำหรับผู้ที่มีปัญหาทางการได้ยินนั้น ถือเป็นอุปสรรคใหญ่ประเภทหนึ่งซึ่งสามารถส่งผลต่อสุขภาพจิตของกลุ่มคนเหล่านี้ได้เป็นอย่างมาก เครื่องช่วยฟังก็เป็นอีกเครื่องมือหนึ่ง ที่ถูกนำมาใช้กลุ่มกลุ่มคนเหล่านี้เพื่อบรรเทาปัญหาการได้ยินเบื้องต้น เพื่อให้เขาเหล่านั้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีดังนั้นการเลือกซื้อเครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมกับผู้ป่วยทางการได้ยินได้จึงมีความสำคัญด้วย

เครื่องช่วยฟังคือ อะไร ?

เครื่องช่วยฟังก็คือ เครื่องขยายเสียง ขนาดเล็ก นิยมใช้กับคนที่มีปัญหาในการรับฟังเสียงประกอบไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่นไมโครโฟน ลำโพงและเครื่องขยายเสียง ปัจจุบันมีหลายรูปแบบและมีการพัฒนาคุณภาพให้ดีมากขึ้น

วัตถุประสงค์ที่สำคัญที่สุดของการเลือกเครื่องช่วยฟังก็เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้การได้ยินที่เหลืออยู่ (residual hearing) ให้เกิดประโยชน์ได้มากที่สุด ได้เครื่องที่มีเสียงรบกวนน้อยที่สุดซึ่งจะส่งผลให้การฟังเข้าใจคำพูดดีขึ้น มีความเพี้ยนของเสียงที่ได้ยินน้อยลงเครื่องช่วยฟังที่มีราคาแพงที่สุดไม่ใช่จะดีที่สุดสำหรับท่านเสมอไปสิ่งสำคัญที่จะพิจารณา ต้องขึ้นอยู่กับประเภท และระดับความรุนแรงของการสูญเสียการได้ยินเป็นหลัก

สาเหตุที่การเลือกและการลองเครื่องช่วยฟังมีความจำเป็นเนื่องจาก…

1. มีความแตกต่างกันระหว่างเครื่องช่วยฟังแต่ละเครื่อง

2.ระดับความรุนแรงของการสูญเสียการได้ยินแต่ละคนแตกต่างกันรวมถึงปฏิกิริยา ระหว่างผู้ป่วย กับเครื่องช่วยฟัง ที่มาจากความแตกต่างกันในเรื่องของลักษณะทางกายวิภาค (Anatomy ของหู และ Canal resonance)

3. ประสิทธิภาพของเครื่องแต่ละเครื่อง แต่ละยี่ห้อ

4. การปรับแต่งเสียงให้เหมาะกับระดับการได้ยินและความต้องการของผู้ป่วยแตกต่างกัน

5. ทราบข้อมูลเกี่ยวกับการบริการหลังการขาย

 

หลักในการเลือกเครื่องช่วยฟังมีดังนี้
คือ

1.ประเภทและระดับความรุนแรงของการสูญเสียการได้ยิน

ก่อนการใส่เครื่องช่วยฟังทุกครั้งควรได้รับการตรวจวัดระดับการได้ยินก่อนเพื่อประเมินความผิดปกติเพราะความผิดปกติบางประเภทสามารถรักษาให้หายได้ด้วยการกินยาหรือการผ่าตัด นอกจากนี้ระดับความรุนแรงของการสูญเสียการได้ยินจะเป็นตัวบอกกำลังขยายของเครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมได้ดีที่สุด

2.รูปแบบ

ในปัจจุบันเครื่องช่วยฟังมีหลายรูปแบบ ได้แก่ แบบกล่อง แบบทัดหลังหู
และแบบใส่ในช่องหู

แต่ละแบบจะมีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกัน ดังนี้

แบบกล่อง
cuayfung02 image-878857-1-productข้อดี
– ปุ่มควบคุมมีขนาดใหญ่
– กำลังขยายสูง ดูแลง่าย
– ใช้ถ่านไฟฉายธรรมดา หาซื้อง่าย
– ราคาถูก

 

ข้อเสีย
– เสียงรบกวนมาก
– ไม่เป็นธรรมชาติ สายรุงรัง
 – เครื่องขนาดใหญ่มองเห็นง่าย

แบบทัดหลังหู (Behide The Ear, BTE)
image-761837-1-productdownloadข้อดี
– ขนาดกระทัดรัด
– คุณภาพเสียงดีขึ้น
– ราคาปานกลาง

ข้อเสีย
– คล้องหู เกะกะ
– ไม่สะดวกสำหรับผู้สวมแว่นตา
– ใช้ถ่านเครื่องช่วยฟังเท่านั้น
– ถ่านมีอายุการใช้งานค่อนข้างสั้น
(ประมาณ 2 สัปดาห์ / ก้อน)

 

แบบใส่ในช่องหู

แบบสอดช่องหูขนาดใหญ่
(In The Ear,ITE)


hoo02_cuthoo03_wad_cut

 

 

 

 

แบบสอดช่องหูขนาดกลาง
(In The Canal,ITC)
hoo03_cuthoo02_wad_cut

แบบสอดช่องหูขนาดเล็ก (Complete In The Canal,CIC) 
hoo04_cuthoo01_wad_cut

 

 

 

 

ข้อดี
– ขนาดเล็ก กระทัดรัด สวยงาม
– คุณภาพเสียงดี
– เครื่องใส่ในหูซึ่งเป็นตำแหน่งที่
– เป็นธรรมชาติที่สุด

ข้อเสีย
– ไม่เหมาะกับผู้ที่มีการสูญเสียการได้ยิน
ระดับรุนแรง
– ใช้ถ่านเครื่องช่วยฟังเท่านั้น
– ถ่านมีอายุการใช้งานค่อนข้างสั้น
ถ่านขนาดเล็กเปลี่ยนถ่านบ่อยกว่า
(ประมาณ 5-10 วัน / ก้อน
ขึ้นอยู่กับขนาดของเครื่อง )
– ราคาแพง

3. ระบบคุณภาพเสียง
มีทั้งแบบธรรมดา (Analogue) และ แบบดิจิทอล (Digital)Analogue เป็นระบบการขยายเสียงที่เป็นมาตรฐานทั่วไปคือขยายทุกเสียงที่ผ่านเข้ามา จึงอาจจะก่อให้เกิดความรำคาญสำหรับผู้ที่ใช้งานได้ โดยเฉพาะถ้าอยู่ในที่มีเสียงรบกวน
Digital เป็นพัฒนาการล่าสุดของเครื่องช่วยฟัง สามารถขยายเสียงพูดได้ชัดเจน ลดเสียงรบกวนได้มากกว่า และสามารถปรับแต่งเสียงได้ตามความต้องการ

4. กำลังขยาย
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องช่วยฟังระบบใดก็ตาม ควรเลือกเครื่องที่มีกำลังขยายเพียงพอ กับความต้องการของผู้ใช้

5 งบประมาณ
เครื่องช่วยฟังยิ่งมีขนาดเล็ก คุณภาพเสียงดี ยิ่งมีราคาแพง

การเลือกหูเพื่อใส่เครื่องช่วยฟัง

ปัจจุบันการได้ยินเสียงยึดหลักว่าได้ยิน 2 หู ดีกว่าการได้ยินหูเดียว โดยการใส่เครื่องช่วยฟัง 2 หู จะมีประโยชน์ดังนี้
1 ช่วยให้เกิดความสมดุลของการรับฟังและสามารถ แยกทิศทางของเสียงได้ดีขึ้น (Balance hearing – Localizing sound)
2. สามารถแยกเสียงพูดออกจากเสียงรบกวนได้ดีขึ้นเมื่ออยู่ในที่มีเสียงรบกวน (Speech discrimination score ดีขึ้น)
3. ใช้ความดังลดลง
4. คุณภาพเสียงดีขึ้น เพราะมีความรู้สึกเป็นธรรมชาติ
5. รู้สึกผ่อนคลายเพราะไม่ต้องคอยตั้งใจฟังหรือหันหูข้างที่ใส่เครื่องเข้าหาคู่สนทนา
6. หูทั้ง 2 ข้างได้ใช้งานเหมือนกัน

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก: โรงพยาบาลตา หู คอ จมูก

 

แฟชั่น 6 สไตล์ สำหรับผู้นั่งรถเข็นและรถเข็นไฟฟ้า!!

แฟชั่น 6 สไตล์สำหรับผู้นั่งรถเข็นและรถเข็นไฟฟ้า

ใช่ว่าผู้นั่งรถเข็นและรถเข็นไฟฟ้าจะต้องจมกับความทุกข์และเสื้อผ้าไม่น่ามองเสมอไป วันนี้เรามีเทคนิคการแต่งกายสำหรับผู้นั่งรถเข็นให้ดูสวยงาม ทันสมัย สดชื่นและเสริมความมั่นใจให้มากขึ้นนะคะ

ข้อแรก : เน้นช่วงเอวให้เด่นชัดยิ่งขึ้น
คุณอาจใส่เข็มขัดควบคู่กับเสื้อเชิ้ตหรือเดรสตัวหลวม เข็มขัดจะช่วยให้เสื้อผ้าที่สวมใส่ดูเนี้ยบขึ้นและทำให้คุณดูสวยขึ้นด้วย อย่ากลัวที่จะลองเข็มขัดหลายๆแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบขนาดเล็กจนแทบมองไม่เห็น ไปจนถึงแบบกว้างหลายขนาดไปจนถึงกว้างจนเหมือนเป็นเสื้อรัดรูปคอร์เซท

1 (1)

ข้อสอง : เผยให้เห็นช่วงไหล่ของคุณ
หัวไหล่ของคุณสามารถสร้างความเซ็กซี่ได้อย่างน่าประหลาดใจ ดังนั้นลงทุนซื้อเสื้อเปิดหัวไหล่เถอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อกล้าม เสื้อไหล่เดี่ยว เสื้อโชว์ไหล่ เพิ่มแรงดึงดูดทางเพศให้แก่เรือนร่างของคุณ

21

ข้อสาม : ทำให้ช่วงลำตัวดูยาวขึ้น
รถเข็นและรถเข็นไฟฟ้าของเราอาจทำให้ช่วงลำตัวดูสั้นลงกว่าความเป็นจริง นั่นมันทำให้วันของเราดูแย่และหดหู่ เพื่อแก้ไขปัญหานี้ มีเคล็ดลับง่ายๆคือซื้อเสื้อที่ยาวกว่าที่ควรจะเป็นสัก 2-3 นิ้ว สิ่งนี้จะช่วยสร้างภาพลวงตาให้เห็นว่าช่วงลำตัวของคุณยาวขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น

31

ข้อสี่ : หลีกเลี่ยงผ้าหนาและหนักเป็นก้อน
หากคุณซื้อเสื้อที่ยาวหรือใหญ่กว่าที่ควรจะเป็น คุณควรมั่นใจว่ามันต้องไม่หลวมเกินไป หลีกเลี่ยงเสื้อคลุม แจ็คเก็ต และเดรสตัวหลวม อีกเรื่องหนึ่ง ผ้าทุกชนิดถูกออกแบบให้ห้อยยาวลงมา โชคไม่ดีเลย เมื่อต้องนั่งอยู่บนรถเข็นหรือรถเข็นไฟฟ้า ผ้าส่วนเกินจะกองอยู่บนตัวคุณทำให้คุณดูตัวใหญ่กว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้น ถ้าอยากให้มั่นใจ และไม่เสี่ยงจนเกินไป ควรเลือกเสื้อผ้าเข้ารูปจะดีกว่า

41

ข้อห้า : เมื่อไม่แน่ใจว่าเสื้อผ้าที่ใส่อาจดูไม่ดี ลองหาเครื่องประดับมาเข้าคู่กัน
บางครั้งเสื้อผ้าไม่ว่าจะเลือกมาดีแล้วอย่างไรอาจดูไม่สวยเมื่อคุณต้องนั่งอยู่บนรถเข็นหรือรถเข็นไฟฟ้า เมื่อคุณรู้สึกแบบนี้ สิ่งที่คุณสามารถทำได้ง่ายๆ คือหาเครื่องประดับ เครื่องเพชร รองเท้า กระเป๋าถือ แว่นกันแดด แว่นตาเก๋ๆ กิ๊บ ที่ประดับผม หรือแม้แต่การแต่งหน้าเริ่ดๆ สิ่งเหล่านี้จะช่วยเน้นความน่ามองแก่ผู้สวมใส่

51

ข้อสุดท้าย : สร้างสีสันให้ช่วงขาของคุณด้วยเลกกิ้งพิมพ์ลาย
เชื่อไหมว่าเลกกิ้งเหมาะมากสำหรับผู้ใช้งานรถเข็นและรถเข็นไฟฟ้า การที่คุณไม่ได้ใช้ขาในการเดินไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ต้องสร้างความสนใจให้ช่วงขาของคุณ เลกกิ้งพิมพ์ลายสวยๆสักตัวสามารถสร้างสไตล์ให้แก่ตัวคุณ

61

เห็นอย่างนี้แล้วทำให้โลกทั้งของเราและผู้ที่มีอุปกรณ์ติดกายอยู่สดใสขึ้นมาทันใดเลยนะคะ :)

ที่มา: http://www.newmobility.com/2014/08/6-fashion-tips-for-wheelchair-users/

>>>อุปกรณ์ช่วยเหลือที่แนะนำ<<<

image-037558-1-product image-137558-1-product image-297525-1-product

เลือก รถเข็นคนไข้ อย่างไรจึงจะเหมาะสม!?

เคล็ดไม่ลับสำหรับการเลือกรถเข็นผู้ป่วยที่ท่านควรรู้

จากปัญหาที่ผู้เขียนได้ประสบจากผู้ซื้อทั้งหน้าร้านและทาง website ต่างๆคือ จะเลือกซื้อรถเข็นคนไข้,รถเข็นผู้สูงอายุอย่างไร เพื่อให้ตรงกับลักษณะการใช้งาน หรือให้เหมาะกับผู้ป่วย รวมถึงงบประมาณที่ใช้ เพราะมีให้เลือกหลายรุ่นหลายแบบมาก บทความนจะแนะนำการเลือกโดยแยกตามการใช้งาน เช่น สำหรับเดินทาง สำหรับใช้ที่บ้าน แยกตามสรีระของผู้ใช้ เช่น อ้วน ผอม แนะนำตามความสามารถในการช่วยตัวเองของผู้ป่วย เช่น นั่งได้ กำลังแขนดีหรือไม่ดีพอที่จะเข็นตัวเองได้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของงบประมาณของผู้ซื้อมาเกี่ยวข้องด้วย

-การเลือกรถเข็นตามน้ำหนักตัว
-การเลือกรถเข็นตามการใช้งาน
-การเลือกรถเข็นตามงบประมาณ
การเลือกรถเข็นตามน้ำหนักตัวคนไข้

รถเข็นคนไข้ส่วนมากรับน้ำหนักได้ประมาณ 100-110 กิโลกรัม ยกเว้นรถเข็นรุ่นพับเก็บได้บางรุ่นรับน้ำหนักได้น้อยกว่า 100 กิโลกรัม

การเลือกรถเข็นคนไข้ตามลักษณะการใช้งาน

รถเข็นเพื่อใช้ในการเดินทาง ควรเลือกที่น้ำหนักเบาพับเก็บได้ เพราะมีขนาดเล็ก สะดวกต่อการขนย้าย หรือรถเข็นอลูมินั่มอัลลอยด์เพราะน้ำหนักเบา
รถเข็นคนไข้สำหรับคนไข้ที่ไม่สามารถนั่งได้ รุ่นที่เหมาะสมคือรุ่นที่ใช้เอนนอนได้
รถเข็นสำหรับนั่งถ่ายได้ รุ่นที่เหมาะคือ รถเข็นนั่งถ่าย
กรณีคนไข้มีกล้ามเนื้อแขนที่แข็งแรง และต้องการเข็นตัวเองได้ ที่เหมาะสมคือ รถเข็นล้อใหญ่

การเลือกรถเข็นตามงบประมาณ

รถเข็น ราคาต่างกัน ตามวัสดุที่ใช้ เช่น รถเข็นเหล็กชุบโครเมี่ยมจะถูกกว่ารถเข็นอลูมินั่มอัลลอยด์ในคุณสมบัติเดียวกัน รถเข็นไฟฟ้าจะราคาสูงกว่ารถเข็นธรรมดา

รถเข็นพับได้-สำหรับผู้ไม่ค่อยเดินทาง

wheelchair-KY809Bwheelchair-FOSUN-FS864LABJ

รถเข็นพับได้-เหมาะสำหรับเดินทาง

p_wheelchair-FS804-LABJ-3

รถเข็นไฟฟ้า-เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยเดินทาง

wheelchairELECTRIC-KY122L

รถเข็นคนไข้อเนกประสงค์

รถเข็นนั่งถ่าย

commodeWHEELCHAIR-FOSUN-FS609

 

รถเข็นปรับเอนนอนได้

 

wheelchair-KY902GC

ทั้งนี้ทุกท่านที่อ่านบทความ ลองนำมาพิจารณา การเลือกซื้อรถเข็นที่เหมาะสมกันได้เลย :)

การพิจารณาเลือกเตียงผู้ป่วย ที่ท่านควรรู้!?

การพิจารณาเตียงผู้ป่วยจะพิจารณา ไปทีละส่วนตามความจำเป็นและความต้องการที่ใช้กับผู้ป่วยดังนี้

YXZ-C-5B.1

พื้นเตียง 

ความต่างของสินค้า

2แพงกว่า 1ถูกกว่า
พื้นเตียง ต้องเป็นพื้นที่มีความถี่ และละเอียด ต้องไม่มีช่องว่างห่างเกินไป เพราะจะทำให้เกิดอัตราแก่ผู้ป่วย กรณี เป็นพื้นเหล็กต้องเป็นเหล็กลักษณะการปั้มเจาะรู
พื้นเตียงที่ดี มีดังต่อไปนี้
1.พื้นไม้
2.พื้นเหล็กปั้มเจาะรูระบาย
3.พื้นอลูมิเนียม , พื้นสแตนเลส
ข้อสำคัญ รูระบายของพื้นต้องมีความห่างไม่เกิน 2 ซม. (ป้องกันที่นอนหลุดตามร่อง และรับน้ำหนักผู้ป่วยได้ดี )

คานเตียง รองรับน้ำหนักคนไข้
ความต่างของสินค้า

4แพงกว่า 3ถูกกว่า

คานเตียงส่วนที่รองรับ และรอยต่อตำแหน่งพื้นเตียง มีส่วนสำคัญมากที่สุด เพราะเป็นส่วนที่ช่วยรับน้ำหนักอย่างมาก และข้อต่อของการรับน้ำหนักก็สำคัญ เพราะจุดที่จะทำเตียงหัก คือการให้น๊อตและข้อต่อที่บางเกินไป มีความเสียงสำหรับคนไข้ที่ต้องฟีตอาหาร และซัคซั่นเพราะเป็นตัวที่เชื่อมโยงกับไกร์เตียง เพื่อปรับยกด้านศรีษะและส่วนขาหากมีการฉีกขาด หรือหัก จะทำให้ผู้ป่วยเกิดอัตรายได้

ราวกั้นเตียง และขาราว
ความต่างของสินค้า

5แพงกว่า 5ถูกกว่า
คุณภาพ ของสแตนเลส มีความคงทนแข็งแรง ราวกั้นเตียง ต้องไม่สั่นคอน เวลาที่เขย่าเพราะเป็นตัวที่ต้องสำคัญในการป้องกันคนไข้ไม่ให้ตกเตียงสแตนเลสต้องมีความสะอาด และไม่คม ไม่เป็นสนิมเพราะผู้ป่วยบางราย อาจต้องใช้ราวกั้นเตียงในการโหนตัวขึ้น (พยุง)

มือหมุน (สิ่งสำคัญที่ช่วยในการปรับเตียงให้ทำงานได้)
ความต่างของสินค้า

8แพงกว่า 7ถูกกว่า
ลักษณะมือหมุนที่ดี จะต้องไม่คมและต้องเก็บราละเอียดให้เรียบร้อยพร้อมทั้งต้องมีความหนาของเหล็ก พร้อมชุบเงาเพื่อเพิ่มความสวยงาม

ที่นอนผู้ป่วย แบบตอนเดียว , และแบบ 4 ตอน
ความต่างของสินค้า

11แพงกว่า 9ถูกกว่า
ความหนา ขนาด ไม่น้อยกว่า 3 นิ้ว หรือมากกว่า จะทำให้รองรับผู้ป่วยได้ดี
ลักษณะที่นอน แบบที่ 1 แบบตอนเดียว เหมาะกับเตียงของประเทศไทยที่มีราวกั้นสแตนเลส
ลักษณะที่นอน แบบที่ 2 แบบ 4 ตอน เหมาะกับเตียงนำเข้า เพราะเพิ่มความสวยงาม แต่ราคาสูง
วัสดุที่ผลิตเป็นที่นอน
สิ่งที่ประเทศไทย นำมาใช้ได้นานคู่กับเตียงผู้ป่วยทุกรุ่นคือ ใยข้างในต้องเป็นใยมะพร้าว เพราะจะทำให้กระจายแรงกดทับและไม่ยุบตัว มีอายุการใช้งานเกิน 5 ปี เป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่คู่กับการดูแลผู้ป่วยมานานมากแล้ว
วัสดุที่ไม่ควรใช้ คือแผ่นโฟม วัสด คือ นำเศษโฟมมาหลอม เป็นแผ่น ลักษณะจะมีสีขาวเนื้อคล้ายๆ พลาสติก ผู้ป่วยที่ใช้จะทำให้เกินแผลกดทับได้และวัสดุมีกลิ่นของพลาสติก มีความอัตรายต่อผู้ป่วย แต่สิ่งที่ได้จากผู้ผลิต คือ ต้นทุนต่ำ ผ้าหนังเทียม หากมีความบางมาก จะทำให้เกิดการฉีกขาดง่าย ความหนาของที่นอน หากบางมากจะทำให้คุณภาพสินค้า นั้นต้นทุนต่ำ

เมื่อท่านได้รู้จักส่วนประกอบของเตียงแล้ว นี่ก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบเพื่อการตัดสินใจซื้อเตียงให้แก่ผู้ป่วยได้ดีขึ้นนะครับ ^^

เลือกเตียงได้เหมาะสม ช่วยให้ผู้ป่วยดีขึ้นเร็ว จริงหรือไม่!?

เมื่อผู้ป่วยจำเป็นต้องเข้ารับการรักษา และต้องนอนเพื่อรักษาเป็นเวลานาน ทั้งจากอุบัติเหตุ การผ่าตัดและเจ็บป่วยจากสาเหตุอื่นๆวันนี้เราจะมาให้คำแนะนำการเลือกเตียงนอน ให้ท่านได้ทราบว่าเลือกเตียงผู้ป่วยอย่างไร ให้เหมาะสมกับสภาพผู้ป่วยนั้น เรามาดูกัน

การเลือกเตียงผู้ป่วยนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เตียงผู้ป่วยมีหลายประเภทด้วยกัน และมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ซึ่งวัตถุประสงค์ในการเลือกเตียงที่เหมาะสมก็เพื่อเพิ่มความสะดวกสะบายมากขึ้นให้กับผู้ป่วยและผู้ดูแล
การแบ่งเตียงผู้ป่วยตามระบบการใช้งานได้ 2 แบบ
1.เตียงระบบมือหมุนธรรมดา
2.เตียงระบบไฟฟ้า

เตียงมือหมุนธรรมดา เป็นเตียงที่ทำงานด้วยระบบ ไกร์ ที่เป็นลักษณะการหมุน เพื่อให้ข้อเหวี่ยงทำงานและยกพื้นเตียงขึ้น ข้อดีของเตียงดังกล่าว คือ ราคาถูก น้ำหนักเบา
เตียงไฟฟ้า เป็นเตียงที่ทำงานด้วยระบบไฟฟ้า ส่งผ่านมอเตอร์เพื่อขับเคลื่อนข้อเหวี่ยงให้ทำงาน ข้อดีของเตียงดังกล่าว คือ สะดวกสบายทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล ผู้ป่วยสามารถช่วยเหลือตัวเองได้โดยการกดปุ่ม ลดภาระของผู้ดูแล

YXZ-C-5B.1เตียงผู้ป่วยที่ดีนั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง
เตียงผู้ป่วยที่ดูต้องเน้นเรื่องความแข็งแรง ปลอดภัย คงทน และสวยงาม ตามลำดับ
-ความแข็งแรง คือ โครงสร้างเตียงควรจะเป็นเหล็ก เพื่อรับน้ำหนักผู้ป่วยได้อย่างน้อย 150 kg หัวเตียงท้ายเตียงมีความทนทาน ทำจากวัสดุ ABS ซื้งมีความแข็งแรง
-ความปลอดภัย คือ เตียงที่ดีควรมีระบบความปลอดภัย เช่น ต้องมีราวเตียงกันตก มีที่ล็อคล้อ 4 ล้อ บางรุ่นมีระบบล็อคล้อฉุกเฉิน เพื่อปั๊มหัวใจหรือการทำ CPR นั่นเอง
-ความคงทน คือ เตียงที่ดีต้องมีความทนทาน เช่น การเคลือบสีไม่ให้เกิดสนิม ระบบไกร์ควรเป็นวัสดุที่ทำจากเหล็ก
-ความสวยงาม เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน เตียงที่มีความสวยงามจะทำให้ผู้ป่วยมีสุขภาพจิตดี ไม่รู้สึกหดหู่และเหมาะกับการเป็นเฟอร์นิเจอตกแต่งบ้าน

images (10)

การแบ่งเตียงตามลักษณะฟังก์ชั่น
1.เตียง 2 ไกร์ เป็นเตียงที่สามารถปรับยกศีรษะ และปรับยกขาได้
2.เตียง 3 ไกร์ เป็นเตียงที่สามารถปรับยกศีรษะ ปรับยากขา และปรับระดังสูงต่ำของเตียงได้
3.เตียง 5 ไกร์ เป็นเตียงที่สามารถปรับยกศีรษะ ปรับยากขา ปรับระดังสูงต่ำของเตียง และปรับเอนหน้าหรือหลังของเตียงได้

เตียงเหล่านี้มีคุณสมบัติแตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกเตียงให้เหมาะกับสภาพของผู้ป่วยหรือการใช้งานจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

***การเลือกเตียงผู้ป่วย***
-กรณีที่ผู้ป่วยสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เช่นสามารถลุกขึ้นลงจากเตียงได้นั้น อาจจะใช้เตียงได้หลากหลายตั้งแต่ 2 ไกร์ 3 ไกร์ หรือ 5 ไกร์46-1
-หากกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จำเป็นต้องมีผู้ดูแลอุ้มขึ้นลง ควรใช้เตียง 3 ไกร์ หรือ 5 ไกร์ ซึ่งสามารถปรับระดับสูงต่ำได้ ช่วยให้ผู้ดูแลไม่ปวดหลัง
-กรณีที่ผู้ป่วยต้องการช่วยเหลือตัวเอง หรือต้องการฟื้นฟูสุขภาพจิตและสุขภาพกายให้เร็วยิ่งขึ้น ควรจะเลือกเตียงที่ทำงานด้วยระบบไฟฟ้า ทั้งนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น อีกทั้งผ่อนแรงของผู้ดูแล

รู้อย่างนี้แล้วก็ลองเอามาช่วยพิจารณาเลือกเตียงสำหรับผู้ป่วยที่เหมาะสมกันนะครับ :)

ที่มา: EHT.com