แฟชั่น 6 สไตล์ สำหรับผู้นั่งรถเข็นและรถเข็นไฟฟ้า!!

แฟชั่น 6 สไตล์สำหรับผู้นั่งรถเข็นและรถเข็นไฟฟ้า

ใช่ว่าผู้นั่งรถเข็นและรถเข็นไฟฟ้าจะต้องจมกับความทุกข์และเสื้อผ้าไม่น่ามองเสมอไป วันนี้เรามีเทคนิคการแต่งกายสำหรับผู้นั่งรถเข็นให้ดูสวยงาม ทันสมัย สดชื่นและเสริมความมั่นใจให้มากขึ้นนะคะ

ข้อแรก : เน้นช่วงเอวให้เด่นชัดยิ่งขึ้น
คุณอาจใส่เข็มขัดควบคู่กับเสื้อเชิ้ตหรือเดรสตัวหลวม เข็มขัดจะช่วยให้เสื้อผ้าที่สวมใส่ดูเนี้ยบขึ้นและทำให้คุณดูสวยขึ้นด้วย อย่ากลัวที่จะลองเข็มขัดหลายๆแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบขนาดเล็กจนแทบมองไม่เห็น ไปจนถึงแบบกว้างหลายขนาดไปจนถึงกว้างจนเหมือนเป็นเสื้อรัดรูปคอร์เซท

1 (1)

ข้อสอง : เผยให้เห็นช่วงไหล่ของคุณ
หัวไหล่ของคุณสามารถสร้างความเซ็กซี่ได้อย่างน่าประหลาดใจ ดังนั้นลงทุนซื้อเสื้อเปิดหัวไหล่เถอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อกล้าม เสื้อไหล่เดี่ยว เสื้อโชว์ไหล่ เพิ่มแรงดึงดูดทางเพศให้แก่เรือนร่างของคุณ

21

ข้อสาม : ทำให้ช่วงลำตัวดูยาวขึ้น
รถเข็นและรถเข็นไฟฟ้าของเราอาจทำให้ช่วงลำตัวดูสั้นลงกว่าความเป็นจริง นั่นมันทำให้วันของเราดูแย่และหดหู่ เพื่อแก้ไขปัญหานี้ มีเคล็ดลับง่ายๆคือซื้อเสื้อที่ยาวกว่าที่ควรจะเป็นสัก 2-3 นิ้ว สิ่งนี้จะช่วยสร้างภาพลวงตาให้เห็นว่าช่วงลำตัวของคุณยาวขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น

31

ข้อสี่ : หลีกเลี่ยงผ้าหนาและหนักเป็นก้อน
หากคุณซื้อเสื้อที่ยาวหรือใหญ่กว่าที่ควรจะเป็น คุณควรมั่นใจว่ามันต้องไม่หลวมเกินไป หลีกเลี่ยงเสื้อคลุม แจ็คเก็ต และเดรสตัวหลวม อีกเรื่องหนึ่ง ผ้าทุกชนิดถูกออกแบบให้ห้อยยาวลงมา โชคไม่ดีเลย เมื่อต้องนั่งอยู่บนรถเข็นหรือรถเข็นไฟฟ้า ผ้าส่วนเกินจะกองอยู่บนตัวคุณทำให้คุณดูตัวใหญ่กว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้น ถ้าอยากให้มั่นใจ และไม่เสี่ยงจนเกินไป ควรเลือกเสื้อผ้าเข้ารูปจะดีกว่า

41

ข้อห้า : เมื่อไม่แน่ใจว่าเสื้อผ้าที่ใส่อาจดูไม่ดี ลองหาเครื่องประดับมาเข้าคู่กัน
บางครั้งเสื้อผ้าไม่ว่าจะเลือกมาดีแล้วอย่างไรอาจดูไม่สวยเมื่อคุณต้องนั่งอยู่บนรถเข็นหรือรถเข็นไฟฟ้า เมื่อคุณรู้สึกแบบนี้ สิ่งที่คุณสามารถทำได้ง่ายๆ คือหาเครื่องประดับ เครื่องเพชร รองเท้า กระเป๋าถือ แว่นกันแดด แว่นตาเก๋ๆ กิ๊บ ที่ประดับผม หรือแม้แต่การแต่งหน้าเริ่ดๆ สิ่งเหล่านี้จะช่วยเน้นความน่ามองแก่ผู้สวมใส่

51

ข้อสุดท้าย : สร้างสีสันให้ช่วงขาของคุณด้วยเลกกิ้งพิมพ์ลาย
เชื่อไหมว่าเลกกิ้งเหมาะมากสำหรับผู้ใช้งานรถเข็นและรถเข็นไฟฟ้า การที่คุณไม่ได้ใช้ขาในการเดินไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ต้องสร้างความสนใจให้ช่วงขาของคุณ เลกกิ้งพิมพ์ลายสวยๆสักตัวสามารถสร้างสไตล์ให้แก่ตัวคุณ

61

เห็นอย่างนี้แล้วทำให้โลกทั้งของเราและผู้ที่มีอุปกรณ์ติดกายอยู่สดใสขึ้นมาทันใดเลยนะคะ :)

ที่มา: http://www.newmobility.com/2014/08/6-fashion-tips-for-wheelchair-users/

เลือก รถเข็นคนไข้ อย่างไรจึงจะเหมาะสม!?

เคล็ดไม่ลับสำหรับการเลือกรถเข็นผู้ป่วยที่ท่านควรรู้

จากปัญหาที่ผู้เขียนได้ประสบจากผู้ซื้อทั้งหน้าร้านและทาง website ต่างๆคือ จะเลือกซื้อรถเข็นคนไข้,รถเข็นผู้สูงอายุอย่างไร เพื่อให้ตรงกับลักษณะการใช้งาน หรือให้เหมาะกับผู้ป่วย รวมถึงงบประมาณที่ใช้ เพราะมีให้เลือกหลายรุ่นหลายแบบมาก บทความนจะแนะนำการเลือกโดยแยกตามการใช้งาน เช่น สำหรับเดินทาง สำหรับใช้ที่บ้าน แยกตามสรีระของผู้ใช้ เช่น อ้วน ผอม แนะนำตามความสามารถในการช่วยตัวเองของผู้ป่วย เช่น นั่งได้ กำลังแขนดีหรือไม่ดีพอที่จะเข็นตัวเองได้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของงบประมาณของผู้ซื้อมาเกี่ยวข้องด้วย

-การเลือกรถเข็นตามน้ำหนักตัว
-การเลือกรถเข็นตามการใช้งาน
-การเลือกรถเข็นตามงบประมาณ
การเลือกรถเข็นตามน้ำหนักตัวคนไข้

รถเข็นคนไข้ส่วนมากรับน้ำหนักได้ประมาณ 100-110 กิโลกรัม ยกเว้นรถเข็นรุ่นพับเก็บได้บางรุ่นรับน้ำหนักได้น้อยกว่า 100 กิโลกรัม

การเลือกรถเข็นคนไข้ตามลักษณะการใช้งาน

รถเข็นเพื่อใช้ในการเดินทาง ควรเลือกที่น้ำหนักเบาพับเก็บได้ เพราะมีขนาดเล็ก สะดวกต่อการขนย้าย หรือรถเข็นอลูมินั่มอัลลอยด์เพราะน้ำหนักเบา
รถเข็นคนไข้สำหรับคนไข้ที่ไม่สามารถนั่งได้ รุ่นที่เหมาะสมคือรุ่นที่ใช้เอนนอนได้
รถเข็นสำหรับนั่งถ่ายได้ รุ่นที่เหมาะคือ รถเข็นนั่งถ่าย
กรณีคนไข้มีกล้ามเนื้อแขนที่แข็งแรง และต้องการเข็นตัวเองได้ ที่เหมาะสมคือ รถเข็นล้อใหญ่

การเลือกรถเข็นตามงบประมาณ

รถเข็น ราคาต่างกัน ตามวัสดุที่ใช้ เช่น รถเข็นเหล็กชุบโครเมี่ยมจะถูกกว่ารถเข็นอลูมินั่มอัลลอยด์ในคุณสมบัติเดียวกัน รถเข็นไฟฟ้าจะราคาสูงกว่ารถเข็นธรรมดา

รถเข็นพับได้-สำหรับผู้ไม่ค่อยเดินทาง

wheelchair-KY809Bwheelchair-FOSUN-FS864LABJ

รถเข็นพับได้-เหมาะสำหรับเดินทาง

p_wheelchair-FS804-LABJ-3

รถเข็นไฟฟ้า-เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยเดินทาง

wheelchairELECTRIC-KY122L

รถเข็นคนไข้อเนกประสงค์

รถเข็นนั่งถ่าย

commodeWHEELCHAIR-FOSUN-FS609

 

รถเข็นปรับเอนนอนได้

 

wheelchair-KY902GC

ทั้งนี้ทุกท่านที่อ่านบทความ ลองนำมาพิจารณา การเลือกซื้อรถเข็นที่เหมาะสมกันได้เลย :)

การพิจารณาเลือกเตียงผู้ป่วย ที่ท่านควรรู้!?

การพิจารณาเตียงผู้ป่วยจะพิจารณา ไปทีละส่วนตามความจำเป็นและความต้องการที่ใช้กับผู้ป่วยดังนี้

YXZ-C-5B.1

พื้นเตียง 

ความต่างของสินค้า

2แพงกว่า 1ถูกกว่า
พื้นเตียง ต้องเป็นพื้นที่มีความถี่ และละเอียด ต้องไม่มีช่องว่างห่างเกินไป เพราะจะทำให้เกิดอัตราแก่ผู้ป่วย กรณี เป็นพื้นเหล็กต้องเป็นเหล็กลักษณะการปั้มเจาะรู
พื้นเตียงที่ดี มีดังต่อไปนี้
1.พื้นไม้
2.พื้นเหล็กปั้มเจาะรูระบาย
3.พื้นอลูมิเนียม , พื้นสแตนเลส
ข้อสำคัญ รูระบายของพื้นต้องมีความห่างไม่เกิน 2 ซม. (ป้องกันที่นอนหลุดตามร่อง และรับน้ำหนักผู้ป่วยได้ดี )

คานเตียง รองรับน้ำหนักคนไข้
ความต่างของสินค้า

4แพงกว่า 3ถูกกว่า

คานเตียงส่วนที่รองรับ และรอยต่อตำแหน่งพื้นเตียง มีส่วนสำคัญมากที่สุด เพราะเป็นส่วนที่ช่วยรับน้ำหนักอย่างมาก และข้อต่อของการรับน้ำหนักก็สำคัญ เพราะจุดที่จะทำเตียงหัก คือการให้น๊อตและข้อต่อที่บางเกินไป มีความเสียงสำหรับคนไข้ที่ต้องฟีตอาหาร และซัคซั่นเพราะเป็นตัวที่เชื่อมโยงกับไกร์เตียง เพื่อปรับยกด้านศรีษะและส่วนขาหากมีการฉีกขาด หรือหัก จะทำให้ผู้ป่วยเกิดอัตรายได้

ราวกั้นเตียง และขาราว
ความต่างของสินค้า

5แพงกว่า 5ถูกกว่า
คุณภาพ ของสแตนเลส มีความคงทนแข็งแรง ราวกั้นเตียง ต้องไม่สั่นคอน เวลาที่เขย่าเพราะเป็นตัวที่ต้องสำคัญในการป้องกันคนไข้ไม่ให้ตกเตียงสแตนเลสต้องมีความสะอาด และไม่คม ไม่เป็นสนิมเพราะผู้ป่วยบางราย อาจต้องใช้ราวกั้นเตียงในการโหนตัวขึ้น (พยุง)

มือหมุน (สิ่งสำคัญที่ช่วยในการปรับเตียงให้ทำงานได้)
ความต่างของสินค้า

8แพงกว่า 7ถูกกว่า
ลักษณะมือหมุนที่ดี จะต้องไม่คมและต้องเก็บราละเอียดให้เรียบร้อยพร้อมทั้งต้องมีความหนาของเหล็ก พร้อมชุบเงาเพื่อเพิ่มความสวยงาม

ที่นอนผู้ป่วย แบบตอนเดียว , และแบบ 4 ตอน
ความต่างของสินค้า

11แพงกว่า 9ถูกกว่า
ความหนา ขนาด ไม่น้อยกว่า 3 นิ้ว หรือมากกว่า จะทำให้รองรับผู้ป่วยได้ดี
ลักษณะที่นอน แบบที่ 1 แบบตอนเดียว เหมาะกับเตียงของประเทศไทยที่มีราวกั้นสแตนเลส
ลักษณะที่นอน แบบที่ 2 แบบ 4 ตอน เหมาะกับเตียงนำเข้า เพราะเพิ่มความสวยงาม แต่ราคาสูง
วัสดุที่ผลิตเป็นที่นอน
สิ่งที่ประเทศไทย นำมาใช้ได้นานคู่กับเตียงผู้ป่วยทุกรุ่นคือ ใยข้างในต้องเป็นใยมะพร้าว เพราะจะทำให้กระจายแรงกดทับและไม่ยุบตัว มีอายุการใช้งานเกิน 5 ปี เป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่คู่กับการดูแลผู้ป่วยมานานมากแล้ว
วัสดุที่ไม่ควรใช้ คือแผ่นโฟม วัสด คือ นำเศษโฟมมาหลอม เป็นแผ่น ลักษณะจะมีสีขาวเนื้อคล้ายๆ พลาสติก ผู้ป่วยที่ใช้จะทำให้เกินแผลกดทับได้และวัสดุมีกลิ่นของพลาสติก มีความอัตรายต่อผู้ป่วย แต่สิ่งที่ได้จากผู้ผลิต คือ ต้นทุนต่ำ ผ้าหนังเทียม หากมีความบางมาก จะทำให้เกิดการฉีกขาดง่าย ความหนาของที่นอน หากบางมากจะทำให้คุณภาพสินค้า นั้นต้นทุนต่ำ

เมื่อท่านได้รู้จักส่วนประกอบของเตียงแล้ว นี่ก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบเพื่อการตัดสินใจซื้อเตียงให้แก่ผู้ป่วยได้ดีขึ้นนะครับ ^^

เลือกเตียงได้เหมาะสม ช่วยให้ผู้ป่วยดีขึ้นเร็ว จริงหรือไม่!?

เมื่อผู้ป่วยจำเป็นต้องเข้ารับการรักษา และต้องนอนเพื่อรักษาเป็นเวลานาน ทั้งจากอุบัติเหตุ การผ่าตัดและเจ็บป่วยจากสาเหตุอื่นๆวันนี้เราจะมาให้คำแนะนำการเลือกเตียงนอน ให้ท่านได้ทราบว่าเลือกเตียงผู้ป่วยอย่างไร ให้เหมาะสมกับสภาพผู้ป่วยนั้น เรามาดูกัน

การเลือกเตียงผู้ป่วยนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เตียงผู้ป่วยมีหลายประเภทด้วยกัน และมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ซึ่งวัตถุประสงค์ในการเลือกเตียงที่เหมาะสมก็เพื่อเพิ่มความสะดวกสะบายมากขึ้นให้กับผู้ป่วยและผู้ดูแล
การแบ่งเตียงผู้ป่วยตามระบบการใช้งานได้ 2 แบบ
1.เตียงระบบมือหมุนธรรมดา
2.เตียงระบบไฟฟ้า

เตียงมือหมุนธรรมดา เป็นเตียงที่ทำงานด้วยระบบ ไกร์ ที่เป็นลักษณะการหมุน เพื่อให้ข้อเหวี่ยงทำงานและยกพื้นเตียงขึ้น ข้อดีของเตียงดังกล่าว คือ ราคาถูก น้ำหนักเบา
เตียงไฟฟ้า เป็นเตียงที่ทำงานด้วยระบบไฟฟ้า ส่งผ่านมอเตอร์เพื่อขับเคลื่อนข้อเหวี่ยงให้ทำงาน ข้อดีของเตียงดังกล่าว คือ สะดวกสบายทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล ผู้ป่วยสามารถช่วยเหลือตัวเองได้โดยการกดปุ่ม ลดภาระของผู้ดูแล

YXZ-C-5B.1เตียงผู้ป่วยที่ดีนั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง
เตียงผู้ป่วยที่ดูต้องเน้นเรื่องความแข็งแรง ปลอดภัย คงทน และสวยงาม ตามลำดับ
-ความแข็งแรง คือ โครงสร้างเตียงควรจะเป็นเหล็ก เพื่อรับน้ำหนักผู้ป่วยได้อย่างน้อย 150 kg หัวเตียงท้ายเตียงมีความทนทาน ทำจากวัสดุ ABS ซื้งมีความแข็งแรง
-ความปลอดภัย คือ เตียงที่ดีควรมีระบบความปลอดภัย เช่น ต้องมีราวเตียงกันตก มีที่ล็อคล้อ 4 ล้อ บางรุ่นมีระบบล็อคล้อฉุกเฉิน เพื่อปั๊มหัวใจหรือการทำ CPR นั่นเอง
-ความคงทน คือ เตียงที่ดีต้องมีความทนทาน เช่น การเคลือบสีไม่ให้เกิดสนิม ระบบไกร์ควรเป็นวัสดุที่ทำจากเหล็ก
-ความสวยงาม เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน เตียงที่มีความสวยงามจะทำให้ผู้ป่วยมีสุขภาพจิตดี ไม่รู้สึกหดหู่และเหมาะกับการเป็นเฟอร์นิเจอตกแต่งบ้าน

images (10)

การแบ่งเตียงตามลักษณะฟังก์ชั่น
1.เตียง 2 ไกร์ เป็นเตียงที่สามารถปรับยกศีรษะ และปรับยกขาได้
2.เตียง 3 ไกร์ เป็นเตียงที่สามารถปรับยกศีรษะ ปรับยากขา และปรับระดังสูงต่ำของเตียงได้
3.เตียง 5 ไกร์ เป็นเตียงที่สามารถปรับยกศีรษะ ปรับยากขา ปรับระดังสูงต่ำของเตียง และปรับเอนหน้าหรือหลังของเตียงได้

เตียงเหล่านี้มีคุณสมบัติแตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกเตียงให้เหมาะกับสภาพของผู้ป่วยหรือการใช้งานจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

***การเลือกเตียงผู้ป่วย***
-กรณีที่ผู้ป่วยสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เช่นสามารถลุกขึ้นลงจากเตียงได้นั้น อาจจะใช้เตียงได้หลากหลายตั้งแต่ 2 ไกร์ 3 ไกร์ หรือ 5 ไกร์46-1
-หากกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จำเป็นต้องมีผู้ดูแลอุ้มขึ้นลง ควรใช้เตียง 3 ไกร์ หรือ 5 ไกร์ ซึ่งสามารถปรับระดับสูงต่ำได้ ช่วยให้ผู้ดูแลไม่ปวดหลัง
-กรณีที่ผู้ป่วยต้องการช่วยเหลือตัวเอง หรือต้องการฟื้นฟูสุขภาพจิตและสุขภาพกายให้เร็วยิ่งขึ้น ควรจะเลือกเตียงที่ทำงานด้วยระบบไฟฟ้า ทั้งนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น อีกทั้งผ่อนแรงของผู้ดูแล

รู้อย่างนี้แล้วก็ลองเอามาช่วยพิจารณาเลือกเตียงสำหรับผู้ป่วยที่เหมาะสมกันนะครับ :)

ที่มา: EHT.com

รู้จักกับ “เครื่องช่วยหายใจ” เพื่อการใช้ที่คุ้มค่า

สาระน่ารู้ “เครื่องช่วยหายใจ”

หลายท่านคงเคยได้สัมผัสกับเครื่องช่วยหายใจที่ใช้กับผู้ป่วยที่ไม่สามารถหายใจได้สะดวกแล้ว แต่บางครั้งก็ยังไม่เข้าใจ Mode การใช้งานทั้งหมด ดังนั้นบทความนี้จะนำสาระเกี่ยวกับเครื่องช่วยหายใจมากฝากกันนะครับ

13775915841377591614l

เครื่องช่วยหายใจแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกันไปในแต่ละส่วนใหญ่แล้วประกอบด้วย

ส่วนที่ปรับตั้งค่า (setting)
เช่น mode ของเครื่องช่วยหายใจ Tidal Volume; VT Respiratory Rate; RR, Peak Inspiratory Flow; PIF, I : E ratio; Inspiratory: Expiratory ratio, Positive End Expiratory Pressure; PEEP เป็นพื้นฐานในการตั้งเครื่องช่วยหายใจที่ทุกเครื่องต้องมี

ตัวควบคุมความชื้นและอุณหภูมิ (heated humidifier)
เพื่อให้ออกซิเจนที่เข้าไปในระบบทางเดินหายใจมีความชุ่มชื่นและอุณหภูมิที่เหมาะสมประมาณ 32-34 องศาเซลเซียส และมีระบบพ่นละอองฝอย nebulizer สามารถทำให้ยาที่เป็นน้ำส่วนใหญ่เป็นยาขยายหลอดลม แตกตัวเป็นละอองฝอยเล็ก ๆ ลอยไปในท่อทางเดินหายใจและเข้าสู่ผู้ป่วย

ระบบสัญญาณเตือนอันตราย (alarm setting)
เป็นค่าที่ตั้งไว้ไม่ให้สูงหรือต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ เช่น อัตราการหายใจปกติจะต้องไม่ต่ำกว่า 10-12 ครั้ง/นาที และต้องหายใจไม่เหนื่อยหอบเกิน 35 ครั้ง/นาที เมื่อปรับตั้งค่าอัตราการหายใจ (Respiratory Rate; RR) ดังนี้แล้วหากผู้ป่วยหายใจน้อยกว่า 10 ครั้ง/นาที หรือมากกว่า 35 ครั้ง/นาที เครื่องก็จะมีเสียงดังเตือนขึ้นทันที นอกจากนี้ เครื่องอาจร้องเตือน low pressure alarm เนื่องจากแรงดันก๊าซที่เข้าตัวเครื่องไม่เพียงพอหรือน้อยเกินไปจากข้อต่อระหว่างสายออกซิเจน (pipeline) หลวม สานในวงจร (circuit) รั่ว หรือหลุดออกจากกัน high pressure alarm อาจเกิดจากผู้ป่วยไอ มีเสมหะอุดตันในทางเดินหายใจของผู้ป่วย เป็นต้น

product-20130701-100845

ส่วนอื่น ๆ
เช่น ข้อมูลของเครื่อง ข้อมูลของผู้ป่วยเมื่อปรับตั้งค่าของเครื่องแล้วผู้ป่วยได้รับจริงเท่าไร รูปแบบการหายใจของผู้ป่วย (waveform) แสดงให้เห็นเป็นรูปภาพต่าง ๆ
การตั้งค่าเครื่องช่วยหายใจ
การตั้งชนิดของการช่วยหายใจ
Assist / Control (A/C) ส่วนใหญ่จะตั้ง RR ไว้ที่ 10-12 ครั้ง/นาที เพื่อให้ผู้ป่วยออกแรงในการกระตุ้นเครื่องบ้าง การตั้ง mode นี้หากผู้ป่วยหยุดหายใจหรือเริ่มหายใจลดลงเครื่องช่วยหายใจก็ยังคงทำงานตามค่าที่ตั้งไว้ แต่ถ้าปรับตั้งค่าอัตราการหายใจมากเกินไป เช่น ตั้งอัตราการหายใจ 26 ครั้ง/นาที จะทำให้ผู้ป่วยหายใจเร็วเกินไป

Control Mechanical Ventilation or Continuous Mandatory Ventilation (CMV) เป็น mode ที่เครื่องทำงานแทนการหายใจของผู้ป่วยทั้งหมดโดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องออกแรงเลย (total support) ใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะหายใจล้มเหลวหรือหลังจากได้รับการผ่าตัดทรวงอก จำเป็นต้องลดแรงในการหายใจ (work of breathing) เช่น การตั้งการหายใจไว้ที่ 20 ครั้ง/นาที เครื่องจะช่วยผู้ป่วยหายใจออกมา 20 ครั้ง/นาที ตลอดโดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องออกแรงกระตุ้นเครื่อง ข้อควรระวังในการใช้ mode นี้ก็คือ ยิ่งใช้ mode นี้ในผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจมากขึ้นเท่าใดก็จะยิ่งจะหย่าจากเครื่องช่วยหายใจได้ลำบากมากขึ้นเท่านั้น

Intermittent Mandatory Ventilation (IMV) คือ mode ที่เครื่องทำงานแทนการหายใจของผู้ป่วยเป็นบางครั้งสลับกับการหายใจของผู้ป่วย เช่น กำหนดอัตราการหายใจของเครื่องช่วยหายใจเท่ากับ 8 ครั้ง/นาที เครื่องช่วยหายใจจะจ่ายก๊าซให้อัตราการหายใจ 8 ครั้ง/นาที ตามที่ตั้งเครื่องไว้ทุก 6 วินาที ถ้าผู้ป่วยต้องการการหายใจที่มากกว่านี้ต้องช่วยหายใจเอาเอง การตั้งเครื่องช่วยหายใจใน mode นี้ในระหว่าง 6 วินาทีนั้นเมื่อเครื่องจ่ายก๊าซเข้าไปยังผู้ป่วยซึ่งตอนนั้นผู้ป่วยหายใจออกพอดีก็จะต้านกับการหายใจของเครื่อง ปัจจุบันมีการพัฒนาให้เครื่องปรับเวลาให้สัมพันธ์กับการหายใจเข้าและออกของผู้ป่วยจึงเรียกว่า mode SIMV (Synchonized Intermittent Mandatory Ventilation)

หลักสำคัญในการใช้เครื่องช่วยหายใจ
เมื่อผู้ป่วยเริ่มที่จะหายใจได้บ้างแล้วจะต้องรีบลดความเข้มข้นของออกซิเจนลงเรื่อย ๆ เพื่อป้องกันการเกิดพิษจากการได้รับออกซิเจนมากเกินไป (oxygen toxicity) นอกจากนี้ การใช้เครื่องช่วยหายใจเป็นเวลานานโดยไม่มีการหย่าเครื่องช่วยหายใจอาจทำให้เกิดกล้ามเนื้อและเส้นประสาทอ่อนแรง (neuromuscle weakness) ทำให้หย่าเครื่องช่วยหายใจลำบากมากขึ้น

Continuous Positive Airway Pressure (CPAP) เป็นการให้ความดันบวกตลอดช่วงการหายใจ คือ เมื่อตั้ง mode นี้แล้วเครื่องช่วยหายใจจะให้ความดันบวกตลอดเวลาทั้งการหายใจเข้าและหายใจออก ทำให้มีทั้งความดันบวกค้างไนปอดตลอดจึงเพิ่มปริมาตรของปอดซึ่งในกรณีนี้ผู้ป่วยต้องสามารถหายใจได้ด้วยตัวเอง

Pressure Support Ventilation (PSV) เป็นการหายใจโดยผู้ป่วยโดยที่เครื่องช่วยเพิ่มแรงดันจากที่ผู้ป่วยทำได้ให้มากขึ้น เริ่มจากผู้ป่วยกระตุ้นเครื่อง (trigger) ให้เกิดแรงดันลบ (negative pressure) -2, -3 เซนติเมตรน้ำตามค่าที่ตั้งไว้ในเครื่อง จากนั้นเครื่องจะปล่อยแรงดันบวกทำให้เกิดการหายใจ ผลจากแรงดันที่เดิมขึ้นจึงทำให้ Tidal Volume เพิ่มขึ้นไปด้วย

Bilevell Positive Airway Pressure (BiPAP) เป็นเครื่องช่วยหายใจที่มี 2 mode ร่วมกันคือ PSV และ CPAP ใช้ในกรณีที่ไม่ได้ใส่ท่อช่วยหายใจ (non incvasive)

Smart Care PS in Drager Evita XL คือ mode PSV ที่ปรับ PS ต่ำสุดที่ทำให้ Tidal Volume, Respiratory Rate อยู่ในค่าปกติตลอดเวลา มีเฉพาะในเครื่อง Evita 4 เท่านั้น

Pressure Regulator Volume Control เป็นการทำงานเช่นเดียวกับ PCV mode แต่แตกต่างกันตรงที่เครื่องจะคำนวณหาแรงดันให้ว่าควรจ่ายก๊าซเท่าใดจึงจะได้ Tidal Volume ตามที่ตั้งไว้คงที่ทุกครั้งในการหายใจ

newLifeIntensity-02

เป็นอย่างไรบ้างครับ เมื่อท่านรู้อย่างนี้แล้วก็ลองนำไปปรับใช้ เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์หรือกระทั่งคนใกล้ของเราที่ต้องการเครื่องช่วยหายใจอยู่ ได้อย่างคุ้มค่าแล้วละครับ